แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จากหอข่าวฉบับ3 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จากหอข่าวฉบับ3 แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

โรงเรียนติดแบรนด์

ลูก เหมือนดินน้ำมันในมือของบุพการี เป็นดินน้ำมันที่ทั้งพ่อและแม่ต้องช่วยกันปั้นขึ้นมาด้วยความรัก ความเอาใจใส่ และความพอดี หากมีฝีมือ จากดินน้ำมันก้อนเล็กๆ ก็คงจะต่อยอดเป็นงานศิลป์อันสวยสดให้พ่อแม่ได้ชื่นอกและผู้อื่น้ร่วมชื่นชม แต่หากไร้ซึ่งฝีมือและความพอดี สุดท้าย ดินน้ำมันก้อนนั้น คงแหลกเละคามือ จนแทบไม่เหลือชิ้นดี


การนำพาลูกไปสู่สังคมอันดีพร้อมในทุกสิ่ง ล้วนเป็นสิ่งที่พ่อแม่ในทุกครอบครัวต่างกระทำ และไม่ว่าใครก็คงใฝ่ฝันที่จะเข้าเรียนในสถาบันการศึกษาอันมีชื่อเสียงและมั่นใจได้ว่ามีคุณภาพคับแก้ว โรงเรียนนับเป็นหนึ่งสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ล้วนต้องคัดกรอง แต่หากคัดกรองเพียงสิ่งที่ พ่อแม่ คิดว่าดีโดยไม่ได้มองถึงจิตใจของเหล่าลูกหลานแล้ว บางครั้งสิ่งดีนั้นอาจแปรเปลี่ยนลูกน้อยไปจนกู่ไม่กลับ แต่หากว่าการคัดกรองนั้นเกิดจากการตริตรองโดยคนทั้งสองฝั่งด้วยดี ผลลัพธ์ที่ได้คงนำมาซึ่งรอยยิ้มจากหัวใจ


การเลือกโรงเรียนหรือสถานศึกษาสักแห่งให้แก่ลูกหลาน ดูจะเป็นเรื่องใหญ่และต้องใช้การตัดสินใจอย่างมากทีเดียว เพราะหากเลือกผิดคงไม่ต่างกับการส่งลูกหลานเข้าสู่ปากของ เสือ สิง กระทิง แรด ดังจะเห็นได้จาก ข่าวเสียๆหายๆเกี่ยวกับการศึกษาในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ข่าวอาจารย์ข่มขืนลูกศิษย์ที่ยังคงมีให้เห็นอยู่เรื่อยๆไม่เคยว่างเว้นจากหน้าหนังสือพิมพ์ ข่าวนักเรียนยกพวกตีกัน หรือข่าวที่สะเทือนขวัญเด็กนักเรียนไปทั่วประเทศเมื่อหลายปีก่อนกับข่าว นส. จิตรลดา ตันติวณิชยสุข มือมีดที่บุกเข้าไปไล่แทงเด็กๆถึงในโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ และล่าสุดกับข่าวของ นส.อริสรา ทองบริสุทธิ์ หรือ ดิว ดาราวัยรุ่นชี่อดัง ที่มีคลิปหลุดตบนักเรียนรุ่นน้องจนใหล่หลุด เมื่อสมัยที่ยังเรียนมัธยมในโรงเรียนติดแบรนด์แห่งหนึ่งย่านบางรัก สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้เรารับรู้ว่าโรงเรียนไม่ใช่สถานที่ ที่พ่อแม่จะสามารถฝากฝังบุตรหลานให้อยู่ในการดูแลได้อย่างปลอดภัยเต็ม100 ได้อีกแล้ว


หยดน้ำตา


“เขาร้องให้แล้วเดินมาบอกพี่ว่า ไม่อยากไปโรงเรียน ไม่อยากทำการบ้าน คุณครูดุ เขากลัว เขาอยากอยู่บ้าน ”

คุณเก๋ หญิงสาววัย 34 คุณแม่ของลูกชายวัย 6 ขวบ กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมกับถอนหายใจเบาๆ เธอส่งลูกชายวัย เข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง เธอกล่าวว่าโรงเรียนแห่งนี้เธอตระเวนเลือกให้กับลูกชายกว่า2อาทิตย์ ด้วยหวังว่าจะเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดสำหรับลูกชายของเธอ แต่สุดท้ายเพียงแค่1เทอมที่เข้าเรียน ลูกชายตัวน้อยก็เริ่มโยเยเสียแล้ว


“วันหนึ่ง ตอนเขากำลังกินข้าวเช้า เขาก็พูดว่าไม่อยากไปโรงเรียน วันนี้หยุดได้ไหม ก็บอกว่าไม่ได้ น้องโอมจะหยุดเรียนทำไม ไม่เอาไม่หยุดหรอก เขาก็เลยเงียบไม่พูดอะไรอีก ก็ไปสตราท์รถเปิดแอร์เตรียมไว้ให้เขา เขาร้องให้หนักเลยแล้วเดินมาบอกว่าไม่อยากไปโรงเรียน ไม่อยากทำการบ้าน คุณครูดุ เขากลัว เขาอยากอยู่บ้าน ก็ตกใจ โอมเป็นอะไร ? ”


เมื่อน้ำตาของลูกน้อยหลั่งริน ผู้เป็นแม่จึงต้องค้นหาความจริง “ อีกวันก็เลยบอกให้โอมลองไปโรงเรียนดูไหม ตอนกลับบ้านจะพาไปเที่ยวบ้านเพื่อน เขาจึงยอม วันนั้นพี่ก็เลยแอบๆยืนดูครูเขาสอนก่อนกลับบ้าน ก็ตกใจ สอนยากภาษาอังกฤษบางคำพี่ฟังยังงงเลย แต่นี่เด็ก 6ขวบเรียน! สุดท้ายเลยให้เขาออกจากที่นี่เพราะ สงสาร ไม่เอาแล้ว ร้องไห้ไปโรงเรียนทุกวัน”


ในความเป็นจริงแล้ว คงไม่มีพ่อแม่คนไหนต้องส่งลูกไปโรงเรียนด้วยน้ำตานองหน้า แต่เมื่อคิดถึงสิ่งที่ลูกน้อยจะได้รับกลับมาแล้ว หลายครอบครัวจึงต้องทำใจยอมรับกับสิ่งเหล่านี้ให้ได้
“เอาจริงๆเลยนะ ไม่ใช่เรียนที่นั่นไม่ดี ภาษาอังกฤษน้องก็ดี พูดได้เป็นประโยคๆ เด็กแถวบ้านยังพูดไม่ได้เลย อาจารย์ก็ดีสมกับที่เขาเป็นโรงเรียนดัง ถึงค่าเรียนจะแพง แต่เขาก็พยายามยัดให้ลูกเราเยอะเหมือนกัน ตอนพาย้ายออกเสียดายมาก แต่เห็นเขาร้อไห้แล้วเราก็สงสาร”


จากมองมุมครู


น.ส.สุภาณี รักษาสุข อาจารย์จากโรงเรียนเอกชนย่านบางซื่อ กล่าวว่า “อาจารย์สอนอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้มาเกือบ2ปีแล้ว และได้สอนพิเศษหลังเลิกเรียนด้วย มีผู้ปกครองพาเด็กนักเรียนที่มีอาการออทิสติก(อาการของผู้ที่มีพัฒนาการทางสมองช้า) มาเรียนด้วย อาจารย์ตกใจเหมือนกันเพราะรู้สึกว่าการเรียนพิเศษกับเด็กออทิสติกอาจารย์มองว่าเยอะเกินไป เพราะอาจารย์สอนพิเศษภาษาจีน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เด็กปกติยังเรียนเข้าใจได้ยากมาก การทำแบบนี้เหมือนพยายามยัดให้เขามากเกินไป จริงๆไม่น่าพาเขามาเรียนรวมกับเด็กธรรมดาด้วยซ้ำ แต่อาจารย์ปฏิสธเขาไปไม่ได้ เขาก็คงอยากให้ลูกสาวเก่ง มีความสามารถเหมือนเด็กคนอื่นๆ ถึงจะเป็นเด็กที่มีอาการออทิสติกก็ตาม”



เช่นเดียวกับ น.ส. ธิติพร สุทธิบริบาล อาจารย์จากสถาบันสอนพิเศษ Be Top ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนพิเศษของเด็กอนุบาลว่า สอนด็กๆกลุ่มละประมาณ20คน หากถามว่าเร็วไปไหมกับการพาเด็กมาเรียนพิเศษตั้งแต่ยังเรียนอนุบาล มองว่า อยู่ที่ตัวเด็กมากกว่า ถ้าหากว่าเด็กรับได้ เรียนได้เราก็รับ
“สมัยก่อนเคยสอนเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเขาไม่ชอบไปโรงเรียนเพราะโดนเพื่อนแกล้งตั้งแต่อยู่อนุบาล1 แม่เขาต้องให้ลูกหยุดเรียนไปเกือบ2อาทิตย์ จึงพามาเรียนพิเศษที่นี่ เพราะแม่เขากลัวว่าลูกจะสอบเข้าโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ไม่ได้ แม่เขาอยากให้เข้าที่นี่มากเพราะเขาเคยเรียนที่นี่จึงอยากให้ลูกได้เรียนด้วย และเนื่องจากได้ยินมาว่าข้อสอบยาก จึงบังคับลูกสาวมานั่งเรียนกับเราทุกวัน เห็นแล้วก็สงสาร สุดท้ายต้องบอกแม่เขาว่าน้องไม่น่าจะไหว น่าจะให้หยุดเรียนก่อน เพราะน้องซึมมากไม่คุยกับใครเลย” ครูธิติพรให้ข้อมูล
เพราะโลกมันเปลี่ยนไป


“ แป๊ะเจี๊ย ” อีกหนึ่งหนทางทำเงินของทั้งโรงเรียนเอกชนและรัฐบาล ปีละกว่า1,000ล้านบาท คือจำนวนเงินที่พ่อแม่ต้องเสียให้แก่โรงเรียนชื่อดัง เพื่อให้ลูกกลานได้เข้าเรียนสมใจ ว่ากันว่าบางโรงเรียนเรียกเก็บเงินตั้งแต่กรอกใบสมัคกันเลยทีเดียว นอกจากนั้นยังไม่รวมค่าเรียนพิเศษ ค่าอุปกรณ์ต่างๆ ค่ากิจกรรมพิเศษ ที่ล้วนแล้วแต่ดูดสตางค์ในกระเป๋าจนตัวเบา


เมื่อโรงเรียนเรียกเก็บเงินกับเหล่าเยาวชนของชาติไม่ต่างกับปลิงตัวอ้วนกลม ที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อมานานหลายปี เด็กๆที่ต้องเติบโตในสังคมที่ใช้เงินเป็นที่ตั้งและเป็นหลักประกันคุณภาพในทุกสิ่งรอบตัว จะเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังของชาติในอนาคตเช่นไร หากนึกไม่ออกคงต้องลองเปิดดูประชุมสภาหรือข่าวการเมืองตามหน้าหนังสือพิมพ์และสื่อต่างๆสักครั้ง...


ด้าน นายประยูร มัยโภคา ผู้อำนวยการกลุ่มงานโรงเรียนสามัญ สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กล่าวถึงกรณีการรับเข้าของโรงเรียนเอกชนซึ่งมีปัญหาในการรับเงินใต้โต๊ะ ว่าการเสียแป๊ะเจี๊ยนั้นอยู่ที่ความพึงพอใจของผู้ปกครอง เรียกว่าการรวมทุนสนับสนุนกับทางโรงเรียนเพื่อให้โรงเรียนมีความโดดเด่น เพราะโรงเรียนรัฐบาลมีทุนจำกัด แต่ว่าโรงเรียนเอกชนต้องขยายอาคารสถานที่ มีสื่ออุปกรณ์การเรียนการสอน ผู้ปกครองยินดีสนับสนุน โรงเรียนประเภทนี้จะโดดเด่น และส่วนมากจะเป็นโรงเรียนในเครือคาทอลิก หรือโรงเรียนที่เป็นเจ้าขุนมูลนายเดิม ที่ตั้งในเครือสำนักพระราชวัง


“ตอนนี้ถึงยุคของการแข่งขันแล้ว ทุกโรงเรียนถ้าผู้บริหารนั่งอยู่กับที่คงก้าวไม่ทันโรงเรียนอื่น เพราะโรงเรียนเอกชนที่อยู่ได้ต้องมีคุณภาพเท่านั้น ส่วนโรงเรียนเอกชนที่ไม่มีคุณภาพไม่มีทางสู้โรงเรียนของรัฐได้ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าใน กทม. เชียงใหม่เขามักจะส่งลูกหลานเข้าเรียนโรงเรียนเอกชน เพราะว่าเขากำกับดูแลใกล้ชิด โรงเรียนเอกชนเจ๊งได้ ส่วนรัฐบาลไม่มีเจ๊ง โรงเรียนเอกชนใดที่สอนแล้วเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ก็อยู่ไม่ได้ โรงเรียนเอกชนที่ดังๆจะเห็นได้ว่าผู้บริหารอยู่โรงเรียนตั้งแต่เช้าถึงเย็น บางท่านกินนอนที่โรงเรียนเลย” นายประยูร กล่าว


โรงเรียนติดแบรนด์หรือใกล้บ้าน?


เมื่อมองอีกด้าน แม้คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายจะรู้ทั้งรู้ว่าหากนำลูกหลานมาเรียนที่โรงเรียนต่างๆเหล่านี้จะต้องเสียเงินมากมาย เรียกว่าค่าใช้จ่ายต่อเทอมหนึ่งๆเกือบแสน หรือบางที่เมื่อรวมค่ากิจกรรมต่างๆก็คงจะหลายแสนเสียด้วยซ้ำ แต่พ่อแม่ก็ยังต้องการให้ลูกหลานได้เข้าเรียนในโรงเรียนชื่อดังต่างๆอยู่เช่นเดิม เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น?


“จบจากเซนต์โยเซฟคอนเเวนต์ค่ะ เหตุผลที่เลือกเรียน จริงๆตอนที่เข้า ก็ไม่รู้เรื่องอะไรหรอกค่ะ แม่อยากให้เข้า เคยถามแม่ว่า ทำไมอยากให้เข้าที่นี่ แม่บอกว่า เพราะสังคมดี การเรียน เรื่องวิชาการการันตีได้ เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียง อยู่ใกล้บ้านค่าเทอมไม่แพง เพราะเซนต์โยค่าเทอมแค่หลักพันต้นๆ ส่วนข้อดีจริงๆที่เห็นชัดๆเลยก็คือ สังคมที่ดี แล้วก็เรื่องการสอบแอดมิชชั่น ก็การันตีผลได้ค่อนข้างดี ในขณะที่ โรงเรียนรัฐบาลเองก็มีคนเก่ง แต่เปอร์เซ็นเทียบกันแล้ว เรารู้สึกว่าไม่ได้การันตีขนาดนั้น”
นี่คือความคิดเห็นของ คุณ เอ(นามสมมุต) สาวน้อยที่ได้ผ่านการศึกษาเล่าเรียนในโรงเรียนติดแบรนด์ ย่าน บางรัก เซนต์โยเซฟคอนเเวนต์


อย่างไรก็ตามจาการสำรวจความคิดเห็นของผู้ปกครองและเหล่าเยาวชน ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตจากเว็บไซต์ WWW.PANTIP.COM ในคำถาม “คุณจะลือกโรงเรียนแบบใหนให้แก่ลูกหลาน?” ทำให้เรารู้ว่า มนุษย์ทุกคนต่างรู้ดีอยู่แล้วว่า ควรมอบสิ่งใดให้แก่คนที่ตนรัก แต่ท้ายที่สุด ส่วนลึกของจิตใจยังคง พยายามที่จะยืนให้สูงกว่าคนอื่นๆในสังคมอยู่เสมอ


จากผลโหวตเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2552 ทำให้เราได้รับรู้ว่า สังคมได้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น เมื่อผลโหวตแสดงให้เห็นว่า จาก130คนของผู้ร่วมโหวต มีถึง 56.92 % หรือ 74 คนที่โหวตเลือกการเรียนในโรงเรียนใกล้บ้าน ซึ่งนับเป็นอันดับ1จาก3อันดับ แต่เมื่อเหลือบมองที่อันดับที่ 2 ก็ทำให้เรารับรู้ว่า ชื่อเสียงและความโด่งดังช่างหอมหวานและยั่วยวนเสมอ กับ 33.85 %หรือ 44คน และอันดับ3กับโรงเรียนเอกชนสุดหรู แม้จะรั้งท้าย แต่อย่างไร ก็ยังคงมีอิทธิพลต่อไปไม่เสื่อมคลาย ที่ 9.23% 12 คน
ลูกมีค่ามากกว่าโรงเรียนติดแบนรด์


จะมีทางเป็นไปได้หรือไม่หากเราต้องการให้สถานศึกษาทั่วประเทศ มีหลักสูตรที่เท่าเทียม? อาจเป็นคำถามที่รู้อยู่แก่ใจของใครหลายคน หรือเป็นคำตอบที่ทุกคนรู้อยู่แล้วว่า “ไม่มีทาง”


ด้วยหวังว่า คำพูดและความคิดของ นาย อำนวย โสตะวงค์ คุณพ่อของลูกสาววัย5ขวบ จะเป็นพลังเล็กๆ
และตรงสู่กลางใจของผู้คน กลายเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมของเรา ตลอดไป


“ลูกสาวตัววุ่นวายของผม 5 ขวบ อยู่อนุบาล 2 ผมกับภรรยากำหนดไว้ว่าเมื่อเธอเข้า ป.1 จะให้เข้าโรงเรียนใกล้บ้านที่เดินไปได้ในเวลา 5 นาที แม้จะมีกำลังทรัพย์พอจะส่งให้เธอเข้าโรงเรียนเครือคาธอลิคที่มีชื่อเสียงได้โดยไม่เดือดร้อน แต่ผมกับภรรยาเห็นว่ามันไม่คุ้มกันกับการต้องบีบให้ลูกสาวตื่นตั้งแต่ตีสี่ตีห้า งัวเงียมาแต่งตัว กินอาหารและสัปหงกในรถ สลึมสลือไปเข้าเรียน เช่นเดียวกับต้องทรมานกับรถติดช่วงเย็นกว่าจะกลับถึงบ้าน โรงเรียนที่เธอเข้าเป็นโรงเรียนเอกชนเล็กๆ ธรรมดา เดินได้ภายใน 5 นาที เธอสามารถตื่นเจ็ดโมงเช้าสบายๆ อาบน้ำแต่งตัว เล่นกับพ่อแม่ ทานอาหารเช้าที่บ้านกับพ่อแม่ เดินไปโรงเรียนพร้อมคุณแม่ที่ทำงานอยู่ใกล้ๆ กัน ตกเย็นพ่อก็มารับแล้วกลับไปเล่นกับคุณตาคุณยายที่บ้าน เล่นกับหมาชิวาวาสามตัว ทานอาหารเย็นด้วยกัน ทำการบ้านกับพ่อแม่ ใช้ชีวิตพูดคุยกันจนเข้านอน สำหรับพ่อแม่ใกล้ชิดลูกมีค่าเกินกว่าค่านิยมเลิศหรูของโรงเรียนดังๆ มากนักครับ”


ปัจจุบันในเขตกรุงเทพมหานคร มีโรงเรียนทั้งหมด 1174 แห่ง โดยแบ่งเป็น โรงเรียนมัธยม สพฐ. 734 แห่ง โรงเรียนเอกชน 54 แห่ง โรงเรียนสาธิต 8แห่ง โรงเรียนนานาชาติ(รวมระดับอนุบาลและประถมวัย)82แห่ง และโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร 178 แห่ง นี่เป็นโรงเรียนทั้งหมดในเขตกรุงเทพมหานคร จะเห็นใด้ว่ามีอยู่มากมายและกระจายตัวอยู่ทั่วกรุงเทพมหานคร ท้ายที่สุดแล้วก็คงมีแต่คุณพ่อคุณแม่และลูกๆเท่านั้นที่จะเลือกและกำหนดชิวิตทางการศึกษาของตน


โรงเรียนเอกชนไม่ใช่สิ่งผิด โรงเรียนอินเตอร์ นานาชาติ ไม่ใช่สิ่งผิด โรงเรียนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไม่ใช่สิ่งผิด ไม่มีสิ่งใดผิด หากใช้สติและปัญญาในการตัดสินใจ


การได้ยืนอยู่ในระดับที่เหนือกว่าผู้อื่นในสังคมดูจะเป็นสิ่งที่ยั่วยวนและหอมหวานสำหรับทุกคน มนุษย์พยายามผลักดันตัวเองให้สูงขึ้น สูงขึ้นเรื่อยๆ มนุษย์แข่งขันกันในทุกเรื่องเท่าที่พวกเขาจะคิดได้ และมันเกิดขึ้นกับคนทุกวัย เด็กอนุบาลต้องเรียนในโรงเรียนที่เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์เสริมทักษะและติดแบรนด์ เด็กประถมต้องเรียนในโรงเรียนที่เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์พัฒนาความรู้และติดแบรนด์ เด็กมัธยมต้องเรียนในโรงเรียนที่โก้หรูมีชื่อเสียงและติดแบรนด์ ……..


สังคมปัจจุบันกำลังพยายามสร้างเยาวชนที่สมบูรณ์แบบนับตั้งแต่ที่พวกเขาลืมตาดูโลก แต่หารู้ไม่ว่าบางครั้งเยาวชนที่สมบูรณ์แบบจนเกินไปก็คงไม่ต่างอะไรกับหุ่นยนตร์ที่ถูกส่งเข้าไปประกอบในโรงเรียนติดแบรนด์ แต่ลืมติดหัวใจของมนุษย์เข้าไปด้วย สุดท้ายเมื่อถึงขีดสุดแห่งความสมบูรณ์แบบในทุกสิ่งที่พยายามเติมเต็มให้แก่ตนเองอย่างไม่รู้จบ หุ่นยนต์เหล่านั้นก็คงจะพังด้วยเพราะเกินจะรับใหวและมันคงยากเกินจะเยียวยา


อย่าได้ผลักดันใครไปตามเส้นทางที่เราเคยใฝ่ฝัน แต่จงมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการเป็นกำลังใจให้คนที่คุณรักก้าวไปสู่สิ่งที่ฝั่นใฝ่ให้สำเร็จ ด้วยตนเอง……

เขตดินแดงขยะเต็มเมือง!!


เขตดินแดงขยะเต็มเมือง!! จนท.เขตดินแดงเผยขยะล้นอันดับ 4 ของประเทศ ซ้ำเจอปัญหาชาวบ้านไม่ช่วยแยกขยะ ระบุพยายามหาทางออกด้วยการทำให้กลับมาใช้ใหม่ให้มากที่สุด ด้านคนเก็บขยะรับงานหนัก วอนแยกขยะเพื่อความง่ายในการจัดเก็บ



จากการเฝ้าสำรวจพฤติกรรมการทิ้งขยะของประชาชน เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2553 ตั้งแต่ช่วงเวลา 9.00 – 12.00 น. และ 13.00 – 16.00 น. ณ บริเวณแฟลตดินแดงและหน้าสำนักงานเขตดินแดง มีถังขยะประมาณ 6 – 7 จุด ซึ่งผู้สื่อข่าว “หอข่าว” พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ขาดวินัยในการทิ้งขยะ เนื่องจากทิ้งขยะโดยไม่คำนึงถึงประเภทของขยะ คือ ไม่แยกประเภทของขยะ เช่น ขยะเปียกแต่ทิ้งถังที่เป็นขยะมีพิษ หรือขยะแห้งทิ้งถังขยะเปียก เป็นต้น ทั้งที่ทางสำนักงานเขตกรุงเทพมหานครได้รณรงค์ให้มีการแยกขยะเพื่อความสะดวกและเป็นระบบในการจัดเก็บขยะของเจ้าหน้าที่ พร้อมจัดเตรียมถังขยะแยกประเภทไว้ตามจุดต่างๆ เป็นถังประเภทพลาสติก แยกประเภทตามสี เช่น สีแดงเป็นขยะที่มีพิษอันตราย สีเหลืองเป็นขยะรีไซเคิลหรือขยะแห้ง และสีเขียวเป็นขยะเศษอาหาร เป็นต้น แต่มีเพียงประชาชนบางส่วนที่เลือกปฏิบัติตาม ทำให้มีปัญหาในการจัดเก็บขยะ


ผู้สื่อข่าว “หอข่าว” รายงานต่อว่า เจ้าหน้าที่จะทำการแยกขยะแค่บางส่วนเท่านั้นเนื่องจากต้องเก็บหลายที่ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เมื่อเก็บครบบริเวณที่รับผิดชอบแล้ว รถเก็บขยะทุกคันจะนำขยะมูลฝอยที่เก็บทั้งหมดไปส่งที่สถานีขนถ่ายขยะมูลฝอย โดยสำนักงานเขตดินแดงจะนำไปที่สถานีขนส่งมูลฝอยอ่อนนุช เพื่อเป็นหน้าที่รับผิดชอบของหน่วยงานเอกชนที่ถูกว่าจ้างให้กำจัดขยะ เริ่มแรกเป็นการแยกขยะออกเป็นสามส่วน คือ ขยะเปียก ขยะแห้งหรือขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย โดยขยะเปียกจะนำไปผ่านกระบวนการหมักเป็นปุ๋ยชีวภาพ ขยะแห้งหรือขยะรีไซเคิลนำไปแปรรูปให้เป็นมูลค่าตามชนิดของขยะนั้นๆ ส่วนขยะอันตรายทางหน่วยงานนำไปกลบฝังดินเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายและเพื่อลดปริมาณขยะได้ด้วย


นายวัชระ บุญรัก พนักงานเก็บขยะเขตดินแดง เปิดเผยถึงเวลาในการจัดเก็บขยะของพื้นที่เขตดินแดง ว่าจะเริ่มจากช่วงเวลา01.00 น.-03.00 น.แต่ถ้าหากบริเวณใดมีจำนวนขยะเป็นจำนวนมากก็จะยืดเวลาออกไป จนถึงประมาณ 6.00 น. การเก็บขยะเจ้าหน้าที่จะทำการแยกขยะซึ่งจริงๆแล้วจะต้องถูกแยกมาก่อนที่จะเก็บ แต่บางบริเวณไม่มีการควบคุมอย่างเข้มงวดทำให้ขยะปะปนกัน เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องเข้ามาจัดการเพื่อจะได้ง่ายต่อการนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป


“หลังจากทำการเก็บขยะเรียบร้อยแล้ว รถเก็บขยะทุกคันต้องเดินหน้าไปที่สถานีขนถ่ายมูลฝอย เพื่อทำการแยกขยะและกำจัดขยะต่างๆ ซึ่งสถานีขนถ่ายขยะมี 3 ที่ คือ อ่อนนุช ซอยวัชรพล และหนองแขม โดยเขตดินแดงนั้นต้องไปที่สถานีที่อ่อนนุช เพื่อให้องค์กรเอกชนรับหน้าที่ต่อในการดำเนินการต่างๆ โดยคำนึงถึงเรื่องการนำขยะกลับมาใช้ใหม่ให้มากที่สุดและเพื่อช่วยลดปริมาณขยะล้นเมือง” นายวัชระ กล่าว


ว่าที่ ร.ต.ฤทธิพันธ์ นันทศุภกร หัวหน้าฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ สำนักงานเขตดินแดง ให้ความเห็นถึงการจัดการขยะในเขตรับผิดชอบว่า เขตดินแดงมีการจัดการและดูแลการเก็บขยะโดยเน้นการนำขยะกลับมาใช้ใหม่ให้ได้มากที่สุด เพราะเขตดินแดงเป็นพื้นที่ที่มีขยะมากเป็นลำดับที่ 4 ของประเทศไทย ยกตัวอย่างเช่น การนำขยะสดมาผ่านกระบวนการที่ทำให้สามารถนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ใหม่ และที่ผ่านมากระบวนการดังกล่าวก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ


“ขยะส่วนใหญ่ในพื้นที่เขตดินแดงจะเป็นขยะสดตามตลาดต่างๆ ขยะในพื้นที่เขตดินแดงทั้งหมด 100% มีขยะสด 40% ขยะพวกวัสดุก่อสร้าง 40% และขยะอันตรายอีก 20% ทางเขตดินแดงได้หาวิธีการในการนำขยะกลับมาใช้ใหม่ ด้วยการนำขยะสดมาหมักใส่ไว้ในถังขนาด 400 ลิตร ซึ่งผสมเข้ากับจุลินทรีย์จะทำให้ได้น้ำชีวภาพที่จะนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก เช่น นำไปรดน้ำต้นไม้ นำไปถูบ้านเพื่อไล่แมลงวัน หรือนำไปเช็ดคาบอาหารพวกไขมันที่ติดอยู่ในจาน ชาม ที่เราใช้ในการรับประทานอาหาร เป็นต้น ซึ่งหลังจากที่สำนักงานเขตดินแดงได้ทดลองวิธีการขั้นต้นแล้วผลออกมาดีเป็นที่พอใจอย่างมาก” ว่าที่ ร.ต.ฤทธิพันธ์ กล่าว
หัวหน้าฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาทางสำนักงานเขตได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปฝึกอบรมชาวบ้าน ภายในบริเวณเขตดินแดง รวมถึงสถานที่ทางราชการต่างๆไม่ว่าจะเป็น ศูนย์ฝึกวิชาทหาร แฟลตดินแดง หรือหน่วยงานต่างๆภายในบริเวณให้ได้รับความรู้และนำไปใช้ โดยการจัดตั้งที่กักเก็บเศษอาหารที่เหลือจากการรับประทานเพื่อใช้หมัก ขณะเดียวกันเศษขยะที่เหลือจะนำส่งไปที่สำนักงานขยะมูลฝอยอ่อนนุช ส่วนขยะที่ย่อยสลายยากทางสำนักงานจะจ้างบริษัทเอกชนมารับเหมาในการกำจัดขยะ ซึ่งทางบริษัทเอกชนจะนำขยะที่เป็นพวกวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างเป็นส่วนใหญ่มาอัดให้เป็นก้อนกลมและนำไปใช้ในการถมที่


“ส่วนการเดินทางเก็บขยะของพื้นที่เขตดินแดงเราดำเนินการตามนโยบายของกรุงเทพมหานคร โดยเรามีแผนที่ในแต่ละวัน มีการดูคอมพิวเตอร์ของสำนักงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ขับรถขยะทุกคันต้องใช้เวลาวิ่งให้น้อยที่สุด ใน 1 วัน ต้องวิ่ง 2 เที่ยว เที่ยวละ 2 ชั่วโมง ต้องคำนวณตั้งแต่เวลาในการเก็บจนกระทั่งการขนถ่ายไปสู่สถานีขนถ่ายมูลฝอย ซึ่งปัจจุบันทางกรุงเทพมหานครได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นระบบ จีพีเอส(GPS) มี แบ๊คบ๊อก(Black Box) ติดอยู่ที่รถขยะทุกคัน เพื่อตรวจสอบการทำงานของคนขับรถทุกคนว่ามีการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายมากน้อยเพียงใด” ว่าที่ ร.ต.ฤทธิพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย


ทั้งนี้ข้อมูลจากองค์กรสมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ) ระบุว่า การสร้างจิตสำนึกให้กับทุกคนในการรณรงค์ว่าการแยกขยะเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมาก เพราะปัจจุบันคนส่วนใหญ่ทิ้งขยะอย่างไม่รู้คุณค่า ขยะบางชนิดสามารถนำกลับมาใช้ได้ และเป็นการเพิ่มมูลค่าเและสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองอีกทางหนึ่ง เมื่อขยะจำนวนน้อยลงจะทำให้ปัญหาโลกร้อนลดลง เช่นกัน



ต่างประเทศกับวิธีการแยกขยะและการเก็บขยะ



ประเทศสหรัฐอเมริกา การใช้สีของถังขยะเป็นตัวแยกขยะ คือ ถังขยะสีดำ ประเภทขยะเปียก เศษอาหารต่างๆ สีเขียวใส่เฉพาะกิ่งไม้ใบหญ้า สีฟ้าเฉพาะขยะรีไซเคิล และถังขยะสีเหลือง สำหรับเศษขยะประเภทโฟมต่างๆ โดยที่รถเก็บขยะจะมาในทุกเช้าของวันพฤหัสบดีแล้วแต่ว่ารถเก็บประเภทไหนมาก่อน โดยใช้คนเก็บขยะเพียงแค่คนเดียวและมีเครื่องยกขยะแบบไฮโดรลิก
อ้างอิงจาก :: http://www.kradandum.com/essay/20050822.html



ประเทศญี่ปุ่น มีการแบ่งแยกประเภทขยะเป็น 4 ชนิด คือ 1. ขยะเผาได้ (ขยะจากครัวและขยะเล็กๆน้อยๆ) 2. ขยะเผาไม่ได้ (ขวดแก้ว กระป๋อง ขวดพลาสติก) 3. ขยะขนาดใหญ่ (เครื่องคอมฯ ตู้เย็น) 4. ขยะรีไซเคิล (กระดาษต่างๆ) 5.ขยะที่ต้องแจ้งหน่วยงานให้มาเก็บ (เครื่องดนตรีขนาดใหญ่ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและซากสัตว์) โดยมีวันเวลาที่กำหนดแน่นอนในการจัดเก็บขยะของเจ้าหน้าที่ คือ ขยะเผาได้และขยะทั่วไปในวันอังคารและวันศุกร์ ก่อน 09.00 น. วันพุธที่สองและพุธที่สี่ของเดือน กำหนดเป็นวันทิ้งขยะประเภทขวดแก้ว และกระป๋องเครื่องดื่ม วันพฤหัสบดีที่สองและที่สี่ของเดือน เป็นวันทิ้งขยะขนาดใหญ่ วันจันทร์ที่สามของเดือน เป็นวันทิ้งขยะรีไซเคิล อ้างอิงจาก :: http://www.japankiku.com/tour/garbage_japan.

วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

แฉรูปแบบโกงเกมส์เปลี่ยนนิสัยเด็กไทย

วิกฤตสังคมเสื่อมเด็กโกงแม้แต่การเล่นเกมส์ เซียนเกมส์ชี้โปรแกรมโกงหาง่ายแค่คลิ๊กกูเกิลมีทุกอย่าง “ไอซีทีแจง”โปรแกมโกงเกมส์จับได้แน่หากผู้เสียหายร้องเรียน ด้าน“วัลลภ” เตือนหากไม่เร่งแก้ไขอาจติดเป็นนิสัยจนโต

จากการสืบค้นข้อมูลของผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ “หอข่าว” พบว่า เกมส์บนเว็บไซต์ เฟชบุ๊ค(Facebook ) ไฮไฟร์(hi5) และเกมส์ออนไลน์อื่นๆ กำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นทำให้มีการแข่งขันในการเล่นสูง จึงมีผู้คิดค้นโปรแกรมโกงเกมส์ขึ้นเพื่อให้ผู้เล่นเกมส์สามารถเล่นได้เร็วแต่ใช้เวลาน้อยกว่าในการเล่นเมื่อเทียบกับบุคคลอื่น จากนั้นจะนำโปรแกรมโกงส่งต่อให้เพื่อนหรือเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต

จากการสำรวจผ่านเว็บไซต์ กูเกิ้ล(Google)เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2552 โดยค้นหาคำสำคัญที่เกี่ยวกับโปรแกรมโกงเกมส์ พบว่าส่วนใหญ่จะมีผลการค้นมากกว่าล้านครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างมาก เช่นคำว่า”โปรแกรมโกงเกม”พบผลลัพท์ 1,030,000 รายการ “โกงเกมส์”พบผลลัพท์ 1,420,000 รายการ “บอท”พบผลลัพท์ 6,400,000 รายการ “โปร”พบผลลัพท์ 21,100,000 รายการ เป็นต้น โดยจะมีเว็บไซต์แจกโปรแกรมโกงเกมส์ และสูตรเกมส์ต่างๆเกิดขึ้นมากมาย เช่น เว็บPramool เว็บAll2BOT และเว็บThaigamingเป็นต้น

จากการสอบถามกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่เล่นเกมส์ พบว่าเด็กส่วนมากที่ใช้โปรแกรมโกงเกมส์จะอ้างว่า ผู้อื่นก็โกง ทำไมตนจึงโกงบ้างไม่ได้ ทำให้พฤติกรรมการโกงเกมส์เกิดขึ้นเป็นลูกโซ่ จากเด็กที่ไม่ใช้โปรแกรมโกงเมื่อถูกเอารัดเอาเปรียบ ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองเพื่อที่จะเอาชนะคนอื่นให้ได้ ทำให้พฤติกรรมการโกงเกมส์ในปัจจุบันดูเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับเด็กไทย
โปรแกรมโกงเกมส์ยอดนิยม

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2552 นายวีรศักดิ์ มัสเยาะ อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะบริหาร มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต ผู้ที่เคยใช้โปรแกรมโกงเกมส์ต่างๆด้วยตนเองกล่าวว่า โปรแกรมโกงเกมส์ส่วนใหญ่จะค้นหาจาก กูเกิ้ล(Google) และตามเว็บบอร์ดของเกมส์ออนไลน์ต่างๆ โปรแกรมโกงเกมส์ที่นิยมใช้กันส่วนมากจะเป็น โปรแกรม ชีท เอ็นจิ้น(Cheat Engine),บอท(Bot) และการเปิดเซิร์ฟเวอร์เถื่อน ฯลฯ ส่วนขั้นตอนการใช้โปรแกรมแต่จะมีวิธีใช้บอกในเว็บบอร์ด ของผู้ที่นำโปรแกรมมาแจก โปรแกรมส่วนใหญ่จะเป็นของชาวต่างชาติเขียนมาและมีผู้เชียวชาญด้านคอมพิวเตอร์นำมาดัดแปลงใช้กันในประเทศไทย

นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต กล่าวต่อว่า บอท เป็นโปรแกรมช่วยเล่น เพื่อให้ผู้เล่นไม่ต้องนั่งเล่นเอง บอทจะทำทุกอย่างได้ด้วยตนเอง การที่จะสั่งให้บอททำหน้าที่แทนตัวละครในเกมส์ขึ้นอยู่กับ สคริปต์(script)ที่ได้เขียนเอาไว้ สคริปต์(script)เปรียบเสมือนใบคำสั่งที่ผู้ใช้โปรแกรมจะต้องกำกับการกระทำต่างๆของตัวละครที่อยากให้ทำลงไป เมื่อเปิดโปรแกรมบอทโปรแกรมจะทำการอ่านคำสั่งที่ผู้ใช้โปรแกรมป้อนเข้าไปในสคริปต์ ทำให้ตัวละครในเกมส์สามารถเล่นได้โดยไม่ต้องใช้ผู้เล่นบังคับ โปรแกรมบอทส่วนมากจะใช้กับเกมส์ออนไลน์ต่างๆเพราะมีการตรวจสอบการเล่นโดยผู้ดูแลระบบ หากผู้เล่นโกงด้วยการเพิ่มสิ่งของเข้าไปในเกมส์จะถูกจับได้โดยง่าย ด้วยเหตุนี้บอทจึงเป็นแนวทางการโกงที่ไม่ให้ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจจับได้เพราะการใช้โปรแกรมบอทเปรียบเสมือนผู้เล่นนั่งเล่นเอง แต่โกงโดยการให้โปรแกรมเล่นแทน

“สำหรับโปรแกรม Cheat Engine ส่วนใหญ่จะนำมาแจกตามเว็บโหลดบิท แต่สามารถหาดาวน์โหลดได้จากเว็บนอกเช่นกัน โปรแกรมนี้จะใช้โกงเกมส์ที่ใช้โปรแกรม Flash Player สร้างเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็สามารถใช้โกงเกมส์ออนไลน์หรือออฟไลน์อื่นๆได้เช่นกัน ส่วนการโกงเกมส์ แฟลช(Flash)ที่คุ้นหูจะเป็นเกมส์ใน FacebookและHi5 เช่น Restaurant City , Pet Society ฯลฯ โปรแกรมนี้สามารถโกงเงินและสิ่งของต่างๆในเกมส์ให้มากขึ้น โดยการใช้โปรแกรมหารหัสสิ่งของในเกมส์ที่เราต้องการ แล้วทำการก๊อปปี้รหัสนั้นเพื่อเพิ่มจำนวน เท่านี้ก็จะได้ของต่างๆโดยไม่ต้องนั่งเล่นเป็นวันๆ และยังสามารถโกงเกมส์ออนไลน์ในรูปแบบอื่นๆได้อีก ยกตัวอย่างเช่นเกมส์ Audition Special Force[SF] ที่หลายคนรู้จักดี” นายวีรศักดิ์ กล่าว

นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิตอธิบายถึงกรณี การเปิดเชิร์ฟเวอร์เถื่อนว่า ปกติเกมส์ออนไลน์แต่ละเกมส์จะเป็นของค่ายเกมส์ต่างๆเช่น เอเซียซอร์ฟ(Asiasoft),(ฟันบ๊อก)Funbox ฯลฯ จะมีการเปิดเซิร์ฟเวอร์ของเกมส์ตามลิขสิทธิ์อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งผู้เล่นจะต้องเสียเงินซื้อบัตรเติมเวลาในการเล่นแต่ละวันหรือเป็นเดือน และใช้เวลาในการเล่นนานกว่าจะได้สิ่งของต่างๆตามต้องการ แต่เซิร์ฟเวอร์เถื่อนจะเป็นการใช้โปรแกรมโกงก๊อปปี้ตัวเกมส์ออกมา และผู้โกงจะต้องทำการเช่าพื้นที่ซึ่งเรียกว่า โคโลเคชั่น (colocationการให้บริการพื้นที่ตั้งเครื่องเซิร์ฟเวอร์) เพื่อทำการเปิดเซิร์ฟเวอร์

“ผู้เล่นที่เล่นเซิร์ฟเวอร์เถื่อนจะไม่ต้องเสียเงินเพื่อซื้อบัตรเติมเวลาในการเล่นแต่ละวันหรือเป็นเดือน แต่เซิร์ฟเวอร์เถื่อนจะมีรูปแบบในการเรียกเก็บเงินจากผู้เล่น คือผู้เล่นจะต้องเสียเงินซื้อบัตรเติมเงินโทรศัทพ์ไปแลกกับสิ่งของในเกมส์ที่ตนอยากได้แทนการซื้อบัตรเติมเวลาในการเล่นแต่ละวัน ซึ่งเป็นช่องทางหาเงินของผู้ที่เปิดเซิร์ฟเวอร์เถื่อน เมื่อได้รหัสบัตรเติมเงินแล้วผู้เปิดเซิร์ฟเวอร์เถื่อนจะทำการคีย์รหัสข้อมูลสิ่งของต่างๆที่ผู้เล่นร้องขอ ผู้เล่นก็จะได้สิ่งของตามต้องการ เซิร์ฟเวอร์เถื่อนผู้เล่นจะใช้โปรแกรมโกงต่างๆได้อย่างอิสระจึงทำให้เล่นได้ไวกว่าเซิร์ฟเวอร์ปกติหลายเท่าตัว” นายวีรศักดิ์ กล่าว
สารพัดเหตุผลการโกงเกมส์

นายจิรายุทธ แจ้งวัฒนะ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยว่า เกมส์ออนไลน์เกือบทุกเกมส์จะมีโปรแกรมโกงตามออกมาด้วยเช่น แร๊คนาร๊อค (Ragnarok) เมเปิ้ลสตอรี่ (Maplestory) เป็นต้น ซึ่งโปรแกรมโกงเกมส์ประภทนี้จะหาง่าย ทั้งในเว็บและจากเพื่อนที่เล่นเกมส์ด้วยกัน ทำให้ในปัจจุบันการโกงเกมส์กลายเป็นเรื่องธรรมดา

นายจิรายุทธกล่าวว่า ใช้โปรแกรมโกงเพื่อช่วยเล่นเกมส์เนื่องจากไม่ค่อยมีเวลาว่างในการเล่น และเกมส์ที่เล่นมีการเก็บเลเวล(Level) หากเลเวลไม่เยอะพอก็ไม่สามารถเอาชนะผู้อื่นในเกมส์ได้ และทำให้เล่นตามผู้อื่นไม่ทัน เพราะส่วนมากจะใช้โปรแกรมโกงเกมส์กันทั้งนั้น

“คนที่นำโปรแกรมโกงเกมส์ต่างๆมาโพสต์ส่วนมากจะเล่นอยู่ในเกมส์ออนไลน์นั้นๆด้วย โปรแกรมโกงเกมส์จะมี2แบบคือ เสียเงินกับไม่เสียเงิน จะต่างกันตรงที่ความปลอดภัย โปรแกรมที่เสียเงินจะมีระบบความปลอดภัยสูงกว่าโปรแกรมที่ไม่ต้องเสียเงิน เช่นหาก จีเอ็ม(GM ผู้ตรวจสอบการใช้โปรแกรมโกงในเกมส์ออนไลน์ของค่ายเกมส์แต่ละเกมส์) ออนไลน์เข้าตรวจสอบภายในเกมส์ ระบบของโปรแกรมจะปิดตัวเองโดยทันทีเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ ส่วนวิธีการซื้อขายก็เพียงนำบัตรเติมเงินหรือโอนเงินเข้าบัญชีเพื่อแลกกับรหัสที่ใช้ในการล็อกอินโปรแกรมโกง”นักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าว

ด้านนายพีริทธิ์ ปิติบาตร นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผู้ที่ไม่เคยใช้โปรแกรมโกงในการเล่นเกมส์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่ผู้ที่เล่นเกมส์จะเล่นเพื่อความผ่อนคลาย ประโยชน์จากการเล่นเกมส์ด้วยตนเองคือได้ฝึกทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์ ฝึกการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า นำมาปรับเปลี่ยนใช้กับชีวิตประจำวันได้ ที่สำคัญในบางเกมส์จะใช้ภาษาอังกฤษในการโต้ตอบพูดคุย ทำให้ผู้เล่นมีความรู้เพิ่มเติมเรื่องภาษาอังกฤษมากขึ้นได้

“คนที่ใช้โปรแกรมโกงผมมองว่าไม่มีความสามารถพอที่จะเล่นเกมส์ได้ด้วยตนเอง อนาคตคงทำอะไรเองไม่ได้ ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากผู้อื่นตลอดเวลา อยากให้มีการกวาดล้างโปรแกรมโกงเกมส์ต่างๆอย่างจริงจัง เพราะตอนที่เล่นเกมส์แล้วเจอคนที่ใช้โปรแกรมโกงผมรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ ทุกวันนี้มีคนที่ใช้โปรแกรมโกงเกมส์เยอะมาก จนเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว” นักศึกษจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าว
คำเตือนจากนักจิตวิทยา

นายวัลลภ ปิยะมโนธรรม นักจิตวิทยาที่ปรึกษาโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบจากการที่เด็กไทยใช้โปรแกรมโกงในการเล่นเกมส์ว่า ตามหลักจิตวิทยาพฤติกรรมการเล่นของเด็กจะส่งผลต่อเนื่องไปยังอนาคต เช่น ตอนเด็กชอบเล่นเป็นหมอโตขึ้นก็มีแนวโน้มที่จะเป็นหมอ ชอบเล่นค้าขายโตขึ้นก็อาจเปิดร้านขายของเป็นต้น ถ้านำมาเปรียบกับการเล่นเกมส์ เด็กที่ชอบเล่นเกมส์ที่ก้าวร้าวหรือรุนแรงเมื่อโตขึ้นจะมีนิสัยชอบความรุนแรงและก้าวร้าว หากเด็กเล่นเกมส์โดยการโกงเป็นประจำ โตขึ้นก็จะมีนิสัยโกงผู้อื่นอยู่เสมอ

“พฤติกรรมการโกงในรูปแบบต่างๆจะส่งผลให้เด็กเกิดนิสัยที่ต่างกันตามรูปแบบของการโกง เช่น 1.การโกงโดยใช้โปรแกรมบอทหรือโปรแกรมช่วยเล่น ก็คือการโกงโดยใช้ตัวช่วยให้เล่นแทน พฤติกรรมของเด็กที่ส่งผลต่อเนื่องจะออกมาในรูปแบบผักชีโรยหน้า ขอแค่ให้งานเสร็จเป็นพอ 2.การโกงโดยใช้โปรแกรม Cheat Engine คือโกงเงินกับสิ่งของ การโกงแบบนี้จะส่งผลต่อพฤติกรรมเด็กหนักกว่าการโกงแบบที่ 1 อย่างเช่นการฟอกเงิน หรือหาวิธีโกงที่จะทำให้ได้เงินอย่างรวดเร็ว และแบบสุดท้ายคือการโกงแบบเชิร์ฟเวอร์เถื่อน คือการโกงแบบไม่มีความอดทนในการเล่นหรือลองผิดลองถูกเพื่อแก้ไขปัญหาภายในเกมส์ด้วยตนเองแต่กลับใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองเล่นเกมส์ให้ได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ เด็กเหล่านี้เมื่อโตขึ้นจะเป็นคนเจ้าเล่ห์ ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ” นักจิตวิทยาที่ปรึกษาโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าว

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา นายวัลลภ กล่าวว่า การที่จะห้ามไม่ให้เด็กเล่นเกมส์นั้นเป็นเรื่องยาก แต่เราสามารถสอนให้เด็กรู้จักการเล่นเกมส์อย่างถูกวิธีได้ โดยมองว่าน่าจะมีการเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนเพิ่มเติมในเรื่องของทักษะการใช้ชีวิต ให้เด็กรู้จักตั้งเป้าหมายของการกระทำแต่ละอย่างว่าทำไปเพื่ออะไร และได้อะไรจากการกระทำ ทำไปแล้วมีความสำคัญอย่างไร ใช้เวลานานเท่าไหร่ อาจมีชั่วโมง Homeroom (การให้ทุกคนมานั่งล้อมวงกันในห้องเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น) เช่น เด็กคนแรกเล่นเกมส์ด้วยตนเองแล้วได้ความรู้ทักษะในการเล่นมาเล่าสู่กันฟัง เด็กอีกคนโกงเกมส์มาแล้วไม่มีทักษะในการเล่น จะทำให้เกิดการวิเคราะห์ของเด็กที่เหลือว่าแบบใหนไหนทำแล้วได้ประโยชน์มากกว่ากัน

“ถ้าเราป้องกันการโกงเกมส์ด้วยการบล๊อกเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง จะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เหมือนไปกระตุ้นให้เด็กคิดหาวิธีการสร้างโปรแกรมโกงในรูปแบบใหม่ๆมากขึ้น ปัญหาที่แท้จริงคือทุกวันนี้เด็กไทยหลายคนยังไม่เข้าใจกับคำนิยามของ การเล่นเกมส์ เด็กส่วนใหญ่คิดว่าเล่นเกมส์เพื่อแข่งขัน เพื่อเอาชนะ ทำให้เด็กหาวิถีทางในการเอาชนะไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม จึงทำให้เกิดโปรแกรมโกงขึ้นมา” นักจิตวิทยาที่ปรึกษาโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าว

นายวัลลภ กล่าวต่อว่า นิยามของคำว่า เล่นเกมส์ แท้จริงแล้วคือ เล่นให้สนุก ได้ความรู้ แลกเปลี่ยนทักษะต่างๆซึ่งกันและกันระหว่างผู้เล่นแต่ละคน และแบ่งเวลาในการเล่นไม่ให้มากจนเกินไป ถ้าเด็กไทยเข้าใจกับคำนิยามตรงนี้โปรแกรมโกงเกมส์ก็ไม่จำเป็นในการเล่นเกมส์ของเด็กอีกต่อไป

นางสาวชมพูนุท ศรีจันทร์นิล อาจารย์ประจำวิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่าตามหลักจิตวิทยาหากเด็กกระทำพฤติกรรมอะไรซ้ำๆ โดยไม่ถูกลงโทษหรือว่ากล่าวตักเตือน เด็กจะมีโอกาสทำ พฤติกรรมในรูปแบบเดิมเพิ่มมากขึ้นไปอีก หากถูกยับยั้งด้วยการลงโทษเด็กก็จะค่อยๆหยุดพฤติกรรมเหล่านั้นลง
“ถ้าเด็กเล่นเกมส์โดยไม่ใช้โปรแกรมโกง ก็จะส่งผลให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ ริเริ่มสิ่งแปลกใหม่ สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ด้วยตนเอง แต่ในเรื่องของการโกงเกมส์ในปัจจุบันที่เด็กหลายคนมองเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ผิดจะเป็นแรงเสริมให้เด็กสรรหาวิธีในการโกงรูปแบบใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น ถ้าไม่ควบคุมพฤติกรรมของเด็ก อนาคตเด็กเหล่านี้ก็จะพัฒนาตัวเองไปในทางไม่ดี” นางสาวชมพูนุท กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงวิธีการแก้ไขพฤติกรรมการโกงเกมส์ของเด็ก อาจารย์ประจำวิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า เนื่องจากเด็กๆเหล่านี้เป็นเยาวชนอยู่วิธีป้องกันหรือควบคุมก็ยังสามารถทำได้ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องกำหนดมาตราการที่ทำให้การกระทำของเด็กถูกยับยั้ง โดยการสร้างบทลงโทษกับเด็กที่ใช้โปรแกรมโกงเกมส์อย่างจริงจัง และทำให้เด็กไม่กล้าที่จะใช้โปรแกรมโกงอีก เพื่อไม่ให้พฤติกรรมของเด็กส่งผลไปสู่อนาคต

ไอซีที ขอพลิก กม.คอมฯเล่นงาน

นายณัฐ พยงค์ศรี นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พระราชบัญญัตว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ICT) กล่าวว่า การที่จะดำเนินการเอาผิดกับโปรแกรมโกงเกมส์ ต้องตีความกฎหมายพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ก่อนที่จะเข้าร้องทุกข์ต่อกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยส่วนใหญ่การใช้โปรแกรมโกงเกมส์ในรูปแบบต่างๆ ผู้เสียหายโดยตรงต่อการใช้โปรแกรมเหล่านี้จะเป็นบริษัทผู้ผลิตเกมส์ ทางกระทรวงจะไม่สามารถดำเนินการได้ ถ้าไม่มีผู้เสียหาย(บริษัทเกมส์)เข้าร้องเรียน

นายณัฐ กล่าวต่อไปว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์มีอยู่มากมาย ยกตัวอย่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องและพูดถึงอยู่บ่อยๆ คือ การรบกวนข้อมูลคอมพิวเตอร์ มาตรา 9 ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น โดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ยังมีข้อกฎหมายอีกหลายมาตราที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งประชาชนสามารถทำความเข้าใจกับข้อกฎหมายมาตราต่างๆได้จากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือค้นหาจากแหล่งความรู้ต่างๆ

“กรณีในเรื่องของการใช้โปรแกรมโกงเกมส์ต่างๆ จะต้องมีเจ้าทุกข์เข้ามาร้องเรียนที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพราะกรณีนี้ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวง ที่จะดำเนินการได้ทันที จากนั้นทางกระทรวงจะตรวจสอบว่าเป็นไปตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรือไม่ ถ้าเป็นไปตามข้อกฎหมายทางกระทรวงจะดำเนินการช่วยเหลือทันที” นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พระราชบัญญัตว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ICT) กล่าว

วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ศัลยกรรมผู้ชาย

แพทย์ศัลยกรรมเผยชายไทยแห่ทำศัลยกรรมเลียนแบบดาราเกาหลี วอนผู้ปกครองชี้แนะ
ด้านนักสังคม เตือนวัยรุ่นควรให้ความสำคัญกับการเรียน ฝั่ง นศ.เชื่อทำแล้วสังคมยอมรับ

จากข้อมูลผลการสำรวจความคิดเห็นเยาวชนไทยที่มีอายุระหว่าง 10-25 ปี จำนวน 5,074 คนของเด็กดีโพล โดยเว็บไซต์ www.dek-d.com เมื่อเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ในหัวข้อ “วัยรุ่นกับค่านิยมการทำศัลยกรรมเสริมความงาม” ผลที่ได้พบว่าเยาวชนไทยสนใจทำศัลยกรรมความงามมากถึง 57.77% เป็นเหตุให้มีค่านิยมเกี่ยวกับการศัลยกรรม อีกทั้งยังมีกระแสเกาหลีฟีเวอร์และเมโทรเซ็กชวลปรากฎการทางสังคมที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการแสดงออกของบุรุษมากขึ้น


ในเรื่องดังกล่าว นายวีรยุทธ นันทนาท นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผู้เคยรับการศัลยกรรมเปิดเผยว่า ได้ทำศัลยกรรมเพราะต้องการให้มีใบหน้าที่ดูดี การตัดสินใจทำศัลยกรรมครั้งแรกรู้สึกกลัวเล็กน้อยว่าจะมีปัญหาหลังจากทำศัยกรรมแล้ว แต่เมื่อได้ตรวจสอบข้อมูลและได้รับคำปรึกษาจากเเพทย์ ทำให้ตัดสินใจใด้ง่ายขึ้น

“คิดว่าการทำศัลยกรรมของผู้ชายเป็นเรื่องธรรมดาเพราะว่าปัจจุบันไม่เหมือนสมัยก่อน สังคมเปิดกว้างมากขึ้นบวกกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ผมจึงคิดว่าเป็นเรื่องง่ายที่จะทำศัลยกรรม”นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าว

นายวีรยุทธ กล่าวต่อว่า การทำศัลยกรรมทำให้สังคมยอมรับมากขึ้น เพราะว่าสังคมยอมรับคนที่ดูดีมากกว่าคนที่หน้าตาไม่ดี เช่นคนบุคลิกหน้าตาดี มีโอกาสเข้าทำงานสูงกว่าคนที่หน้าตาบุคลิกไม่ดี หรือดาราเกาหลีและดาราไทยในปัจจุบันที่นิยมศัลยกรรมให้ตนเองดูดีขึ้นเพื่อให้ได้งานในวงการ

“เรื่องที่ดารานิยมทำศัลยกรรม ผมคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา อาจมีคนดูถูกบ้าง แต่จริงๆอยากให้เรียกว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าให้ตนเองมากกว่า สำหรับกระแสที่ดารา-นักร้องนิยมทำศัลยกรรม ผมคิดว่าอาจมีส่วนทำให้วัยรุ่นทำศัลยกรรมตามบ้าง แต่คิดว่าจริงๆแล้วส่วนหนึ่งต้องมาจากความต้องการของผู้ทำศัลยกรรมเองด้วย และสำหรับผู้ที่คิดจะทำศัลยกรรมควรปรึกษาและได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองก่อนทำศัลยกรรม"นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าว

นายกลวัชร์ เหล่าชัยศรี แพทย์ศัลยกรรมจากดีอาเค คลินิก เปิดเผยถึงเหตุผลที่ผู้ชายในยุคปัจจุบันนิยมทำศัลยกรรมมากขึ้นว่า มีสาเหตุจากปัจจุบันกลุ่มเพศชายต้องการให้ตนเองดูดีและเป็นที่ยอมรับของสังคม และต้องยอมรับว่ามีผู้ชายเข้ามาใช้บริการมากขึ้น ต่างกับสมัยก่อนที่ผู้ทำศัลยกรรมจะเป็นสาวประเภทสองที่ต้องการแปลงเพศ แต่ในปัจจุบันมีผู้ชายแท้ๆมาทำศัลยกรรมมากขึ้น

แบบจึงเป็นการสร้างความแตกต่างที่โดดเด่น กระแสจากดาราเกาหลีก็มีส่วนเพียงแค่ทำให้ผู้ชายอยากทำศัลยกรรมมากขึ้น แต่ไม่ใช่ทั้งหมด แนวโน้มที่ทำให้คนอยากศัลยกรรมมาจากหลายสาเหตุ เช่น การทำเพื่อแก้ไขสิ่งผิดปกติ สำหรับการทำศัลยกรรมถ้าสุขภาพร่างกายและใจปกติ มีเงินเพียงพอไม่เดือดร้อนและผู้ปกครองยินยอมก็สามารถทำได้ และผู้ที่ต้องการทำศัลยกรรมควรวิเคราะห์รูปหน้ากับแพทย์อย่างละเอียด บอกสิ่งที่ต้องการและตั้งใจฟังในสิ่งที่แพทย์สามารถหรือไม่สามารถทำให้คุณได้” แพทย์ศัลยกรรมจากดีอาเค คลินิก กล่าว

นายกลวัชร์ ชี้แจงว่า เมโทรเซ็กช่วลคือกลุ่มผู้ชายที่ดูแลตัวเองรักสวยรักงาม รักษาผิวพรรณใบหน้าและการแต่งกายโดยเอาใจใส่เป็นพิเศษมากกว่าผู้ชายปกติ จากแนวโน้มของผู้ชายที่ทำศัลยกรรมมากขึ้นอาจมีสาเหตุมาจากปัจจุบันมีผู้ชายที่มีลักษณะของเมโทรเซ็กช่วลเพิ่มขึ้น มั่นใจมากขึ้นเมื่อได้ทำศัลยกรรม ดังนั้นผู้ชายกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะทำศัลยกรรมเป็นอย่างมาก

นายอรุณ เทวสาย นักสังคมวิทยาสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ แสดงความคิดเห็นต่อการตัดสินใจทำศัลยกรรมของผู้ายในปัจจุบันว่า เป็นแนวความคิดจากการตัดสินใจของผู้ชายที่มีความต้องการให้สังคมสนใจตนเอง รู้จักรักและดูแลตัวเองมากขึ้น จะเห็นได้ว่าผู้ชายในปัจจุบันต้องการเป็นที่ดึงดูดต่อเพศตรงข้ามหรือสังคม

“ สำหรับเรื่องที่เป็นกระแสนิยม ผมมองว่าเมื่อมีผู้ที่ทำเป็นตัวอย่างเช่นดารา ก็มีแนวโน้มที่วัยรุ่นชายหรือหญิงจะทำตาม ลักษณะเหมือนเป็นผู้นำทางความคิดซึ่งอาจจะมีส่วนบ้างแต่ไม่ใช่ทั้งหมด ส่วนในเรื่องความเหมาะสมหรือไม่นั้น ถ้ายังเป็นวัยรุ่นคิดว่าไม่ควรทำเพราะว่ายังอยู่ในวัยเรียน ควรให้ความสำคัญเรื่องการศึกษามากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก นายอรุณ กล่าว

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เว็บ“นวดกระปู๋”ระบาด




เว็บ“นวดกระปู๋”ระบาดตำรวจระบุยังไร้คนร้องเรียน เตือนผู้ใช้บริการระวังความสะอาดจากหญิงบริการ ชี้ผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์50 กระทำอนาจารผ่านอิเตอร์เน็ต สำนักโรคเอดส์เผยเพศสัมพันธ์ทางปากมีโอกาสเสี่ยงติดโรค แนะควรสวมถุงยาง



เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2553 ผู้สื่อข่าว “หอข่าว” รายงานว่า มีการค้นพบเว็บไซต์ขายบริการทางเพศ โดยใช้สื่ออินเตอร์เน็ตเป็นช่องทางในการค้าและบริการ ทั้งนี้ในเว็บwww.kapooclub.comยังบอกถึงสถานที่ตั้งของร้านขายบริการรวมมากกว่า 20 ร้าน รวมทั้ง ราคาส่วนลดโปรโมชั่น ในเว็บไซต์ยังมีเว็บบอร์ดที่เปิดให้บริการ แนะนำร้านต่างๆ และในบางครั้งยังมียังมีรูปของหญิงสาวในลักษณะเปลือยกายท่อนบน เป็นการดึงดูดความสนใจอีกด้วย



หลังจากสำรวจเว็บไซต์ดังกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเข้าค้นหาผ่าน กูเกิล(google.com) พิมพ์คำสำคัญว่ากะปู๋เว็บไซต์kapooclub.comจะปรากฎขึ้นมาเป็นอันดับแรก ซึ่งภายในตัวเว็บไซต์มีการใช้ภาษาที่เป็นทั้งตัวย่อ และภาษาเฉพาะของเว็บ เช่น นกป.มาจากคำว่า นวดกระปู๋, น้องพลับ คือ การ สำเร็จความใคร่สองครั้ง เป็นต้น และในเว็บไซต์ดังกล่าวเมื่อสมัครสมาชิก ยังมีทั้งแผนที่ของแต่ล่ะร้านรวมถึงวิธีเดินทางไปอย่างละเอียด



ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปอีกว่า เว็บไซต์ดังกล่าวได้มีการเปิดเผยถึงราคา รวมทั้งข้อตกลง หรือโปรโมชั่นตามร้านต่างๆ ซึ่งผู้ขายส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ราคาแตกต่างกันออกไปตามเกรดของร้าน ตั้งแต่ 300 – 1,500 ซึ่งร้านมีหลายระดับ ราคา 800 -1,500 บาท เป็นร้านที่ผู้หญิงแนวพริตตี้ราคาจะสูงกว่าร้านอื่นทั่วไป รวมทั้งยังมีการแบ่ง รูปแบบการให้บริการ เช่น ถอดบน ถอดล่าง ถอดหมด ซึ่งเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มไปตามที่ผู้ซื้อขอกับผู้หญิงที่ให้บริการ และยังมีการขายบริการแบบสอดใส่รวมอยู่ด้วยซึ่งมีราคาแพงที่สุด



จากนั้นเมื่อผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นสำรวจร้านนวดกะปู๋ พบว่าการขายบริการรูปแบบนี้มีรูปแบบต่างจากการขายบริการทั่วไปตรงที่ผู้ขายบริการจะใช้มือนวดที่อวัยะเพศของผู้ซื้อบริการ ซึ่งมีทั้งการ นวดน้ำมัน นวดกษัย แล้วแต่ที่ผู้ซื้อบริการต้องการ และร้านในลักษณะนี้มีอยู่กระจายอยู่ทั่วไปในเขตกรุงเทพฯ บางร้านมีหลายสาขา ซึ่งจะเปิดเป็นร้านนวดแผนโบราณบังหน้า มีป้ายโฆษณาเหมือนร้านทั่วไป แต่แอบแฝงการขายบริการทางเพศ



ทางด้าน นาย เอ (นามสมมุติ) ผู้เคยใช้บริการนวดกะปู๋ กล่าวว่า ตนเองเคยซื้อบริการทางเพศหลายรูปแบบ แต่ที่ติดใจและมาใช้บริการนี้บ่อย รู้สึกแปลกใหม่และถึงใจกว่าบริการทั่วไป เพราะเป็นการนวด หรือสัมผัสไปที่อวัยวะเพศโดยตรง ให้ความรู้สึกดีกว่าการซื้อบริการแบบสอดใส่ ถึงต้องจ่ายเยอะกว่า แต่ตนมาใช้เพียงเดือนล่ะครั้ง จึงไม่เป็นปัญหานัก กับเรื่องเงินที่ต้องจ่ายเพิ่ม ซึ่งการนวดกษัยที่ตนชอบไปทำต่างกับการสำเร็จความใคร่ เนื่องจากผู้ขายบริการฝึกให้ผู้ใช้บริการอดกลั้นก่อนที่จะสำเร็จ เป็นการผ่อนคลายมากกว่า



“ในตอนแรกๆก็คิดว่ามันคงเหมือนอาบ อบ นวด ทั่วไป ที่มีถอด ชิ้น สองชิ้น แต่เพื่อนมาบอกให้ไปลองดู บอกว่าเป็นแบบใหม่ ผมเลยไปลองดู ตอนแรกไปนวดน้ำมันก็โอเค แต่พอไปลองนวดกษัยดูผมว่ามันเด็ดกว่าเยอะ เหมือนกับเราไปนวดตัว แต่นี่เปลี่ยนมาที่อวัยวะเพศเท่านั้นเอง มันดีน่ะเวลานวดเหมือนกับได้ผ่อนคลาย ถามว่าต่างกับทำเองไหม ก็ต่างกันตรงที่มีคนทำให้ เราไม่ต้องทำแค่นั่งเฉยๆ” นาย เอ กล่าว




นายเอ กล่าวต่อว่า เมื่อมีร้านเปิดกันเยอะทำให้มีการแข่งขันสูง ร้านแต่ละร้านก็มีโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม หากจะไปต้องเลือกร้านที่ไปเป็นประจำ เพราะตนคิดว่าเรื่องความสะอาดนั้นต้องมาก่อน ฉะนั้นควรจะเลือกร้านที่ไว้ใจได้ และมีบริการที่ครบครัน เนื่องจากการขายบริการถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ในเรื่องของความสะอาดย่อมไม่มีคนมาตรวจสอบ การไปใช้บริการทางเพศทุกครั้งจึงควรดูให้ดีก่อน เพราะไม่คุ้มกับความเสี่ยงจากการติดโรค






“ส่วนใหญ่ พอมีร้านประเภทนี้เยอะขึ้น ก็ไม่ค่อยอยากจะไปแล้ว เพราะ บางร้านที่ไปไม่มีคนทำความสะอาด ผมกลัวอย่างเดียวเรื่องความสะอาด ถ้าไม่สะอาดก็ไม่อยากใช้ ใครจะรู้ถ้าน้องเค้าเป็นเอดส์ มันสามารถติดกันทางน้ำลายได้ ถ้าเค้ามาใช้ปากกับผม ผมก็มีสิทธิ์เป็นได้ ยังไงมันก็ต้องปลอดภัยไว้ก่อน” นาย เอ ผู้เคยใช้บริการกล่าว



นาย วิเชียร ทาแกง ผู้ประสานงานโครงการเยาวชน กลุ่มป้องกันทางพฤติกรรมและชุมชน สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กล่าวว่า การขายบริการรูปแบบนี้ มีโอกาสเสี่ยงติดโรคทางเพศสัมพันธ์เช่นกัน เช่นโรคหนองใน โรคเริมทางอวัยวะเพศ ที่สามารถติดต่อเมื่อโดนแค่สัมผัสบริเวณที่เป็นเชื้อ แม้จะไม่สูงเท่าการมีเพศสัมพันธ์ปกติ แต่ก็มีโอกาสที่ทั้งตัวผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ เป็นตัวพาหะแพร่กระจายเชื้อได้ ส่วนการสำเร็จความใคร่ด้วยปาก อาจมีโอกาสสัมผัสกับน้ำอสุจิหรือน้ำจากช่องคลอดที่มีเชื้อเอชไอวี เนื่องจากเยื่อบุในปากมีความบางอาจมีบาดแผลที่มองไม่เห็นทำให้เชื้อปนเข้ากับบาดแผลได้ น้ำลายเองถือเป็นพาหนะอย่างหนี่ง ถึงความเสี่ยงไม่สูง แต่โอกาสนั้นขึ้นอยู่กับแต่ล่ะกรณีของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย



“ช่องทางการติดต่อมันมีหลายทาง น้ำลายเองก็ถือเป็นพาหะเชื้อเอดส์ได้ แต่ในปากก็มีกรดน้ำลายใช่มั้ย มันไปผสมปนเปกับน้ำลายทำให้เชื้อมันเจือจางลงโอกาสก็จะน้อยลง แต่มันก็ขี้นอยู่กับทั้งผู้ซื้อกับคนนวดด้วยว่าเค้ามีแผลหรือเปล่า ทั้งในปาก และตรงอวัยวะเพศ ถึงออรัลกันก็เถอะ การใส่ถุงยางดีที่สุด ” นาย วิเชียร กล่าว



ผู้ประสานงานโครงการเยาวชน กลุ่มป้องกันทางพฤติกรรมและชุมชน สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันมีกลุ่มพวกผู้หญิงขายบริการที่รวมตัวกันป้องกันเอดส์ และโรคจากเพศสัมพันธ์ ซึ่งมีหลายหน่วยงานที่เข้าไปให้ความรู้ในเรื่องการใช้ถุงยาง เรื่องความสะอาด แต่ยังคงมีตัวเลขคนติดโรคเอดส์อยู่แม้จะไม่มากเมื่อเทียบกับสมัยก่อน ซึ่งกลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุดเป็นกลุ่มวัยรุ่น เพราะวัยรุ่นส่วนใหญ่มักมีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยาง ปัจจุบันได้มีมาตรการป้องกันและรณรงค์ เรื่องนี้อยู่มาก ซึ่งส่วนมากจัดขึ้นในช่วงเทศกาล เช่นวันวาเลนไทน์ หรือลอยกระทงเพราะ ตามสถิติเป็นวันที่วัยรุ่น มีเพศสัมพันธ์กันมากที่สุด



“เมื่อก่อนเปอร์เซ็นต์ติดโรคในกลุ่มหญิงบริการค่อนข้างสูง แต่ตอนนี้ลดน้อยลงไปมาก เพราะพวกเขาเริ่มมีความรู้มีการป้องกันตัวเอง กลับกลายเป็นว่ากลุ่มเยาวชนคือกลุ่มที่มีตัวเลขของคนติดเชื้อมากขึ้น ซึ่งตอนนี้มีการรณรงค์กันอยู่มีการแจกถุงยางในย่านชุมชน และกลุ่มเด็กวัยรุ่นในโรงเรียน สำหรับเดือนหน้าจะมีแคมเปญในวันวาเลนไทน์ ซึ่งโครงการล่าสุดคือทำสายวัดอวัยวะเพศ เพื่อให้วัยรุ่นรู้ว่าต้องใส่ให้ถูกขนาด ถ้าใส่ใหญ่ไปก็หลวมติดเชื้อเอดส์ได้ ถ้าเล็กไปก็รั่วติดเชื้อ บางคนใส่สองชั้นก็ทำให้แตก ควรใส่ให้พอดีจะดีที่สุด” นายวิเชียร กล่าว



พันตำรวจตรี กัลป์ วงศ์มณี สารวัตรเทคนิคศูนย์เทคโนโลยี กล่าวว่า การเปิดเว็บไซต์ลามก รวมทั้งการโพสต์ข้อความ ตั้งกระทู้ส่อไปในทางลามกอนาจาร ผิดพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ ฉบับปี 2550 มาตราที่ 14 ข้อ 4 กระทำอนาจาร รวมทั้งขายบริการผ่านทางเว็บไซต์ทั้งหลายเป็นคำพูด กระทู้ไม่ว่าทางตรง หรือ ทางอ้อม ล้วนแต่มีความผิดตามกฎหมายทั้งสิ้น ซึ่งเว็บไซต์ข้างต้นเข้าข่ายเว็บไซต์ขายบริการ แม้ข้อความอาจไม่ใช่ แต่เจตนาส่อถือว่ามีความผิด ซึ่งทางตำรวจได้มีการตรวจสอบ และอัพเดทฐานข้อมูลเว็บไซต์ตลอด แต่ยังไม่มีการแจ้งถึงเว็บไซต์ดังกล่าวเข้ามา หากตรวจสอบพบและมีการกระทำผิดอย่างที่ว่าจริง จะมีการดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีในชั้นศาล



“ถ้าตรวจเจอก็มีสิทธิ์จับ อาศัยการเก็บล็อค(Log) แต่เว็บพวกนี้ชอบเอาไปตั้งตามเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศ เราไม่สิทธิ์เข้าไปตรวจจับ เพราะกฎหมายในแต่ล่ะประเทศไม่เหมือนกัน บางประเทศจะมองเป็นเรื่องปกติก็ได้ แต่ในเรื่องนี้คงต้องตรวจสอบกันโดยละเอียดอีกที ถ้ามีมูลต้องดำเนินคดีกับเว็บไซต์ เราเองก็มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปตรวจสอบ”สารวัตรเทคนิคศูนย์เทคโนโลยี กล่าว



พ.ต.ต. กัลป์ กล่าวต่อว่า มาตรการป้องกันการเข้าถึงเว็บไซต์ลามกทำได้โดยแจ้งไปทางเครือข่ายผู้ให้บริการต่างๆ ทั้ง บริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) ทรู และอื่นๆ ซึ่งการจัดการขึ้นอยู่กับวิธีการของแต่ล่ะเครือข่าย โดยทางสังกัดของตนและกระทรวงไอซีที มีหน้าที่บล๊อคเว็บไซต์ ที่หลุดรอดพ้นจากสายตาขององค์กรเครือข่ายผู้ให้บริการ รวมทั้ง เว็บไซต์ไซด์ที่เสิร์ชจากกูเกิ้ล ซึ่งปัจจุบัน สามารถบล๊อคได้กว่า 70 % แต่ทุกวันนี้มีเว็บไซต์เหล่านี้ยังคงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทางตำรวจและกระทรวงไอซีที จึงได้มีอัพเดทฐานข้อมูลเว็บไซต์เหล่านี้ตลอดเพื่อรับมือ และมีศูนย์รับแจ้งเว็บตลอด 24 ชั่วโมง